Line ID : @thewinnerpart
Contact us : 082-3614666
ทำการวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08:30-17:30 น.

  • หน้าแรก

  • บทความ

  • มอเตอร์ 2 Pole, 4 Pole, 6 Pole และ 8 Pole ต่างกันอย่างไร? เลือกผิดรอบเปลี่ยนทั้งระบบ

มอเตอร์ 2 Pole, 4 Pole, 6 Pole และ 8 Pole ต่างกันอย่างไร? เลือกผิดรอบเปลี่ยนทั้งระบบ

  • หน้าแรก

  • บทความ

  • มอเตอร์ 2 Pole, 4 Pole, 6 Pole และ 8 Pole ต่างกันอย่างไร? เลือกผิดรอบเปลี่ยนทั้งระบบ

มอเตอร์ 2 Pole, 4 Pole, 6 Pole และ 8 Pole ต่างกันอย่างไร? เลือกผิดรอบเปลี่ยนทั้งระบบ

มอเตอร์ 2 Pole 4 Pole 6 Pole และ 8 Pole ต่างกันอย่างไร
ทำไมแรงม้าอย่างเดียวถึงไม่พอ ต้องดูจำนวน Pole ของมอเตอร์

ทำไมจำนวน Pole ของมอเตอร์จึงสำคัญ

เมื่อต้องการซื้อมอเตอร์ใหม่ หลายคนมักสนใจเฉพาะกำลังมอเตอร์ เช่น 3 HP, 5 HP หรือ 10 HP แต่กลับมองข้ามจำนวน Pole ของมอเตอร์ ความจริงแล้ว มอเตอร์ที่มีกำลังเท่ากัน แต่จำนวน Pole ต่างกัน จะให้ความเร็วรอบและแรงบิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

หากเลือกจำนวน Pole ไม่ถูกต้อง อาจทำให้

  • เครื่องจักรหมุนเร็วเกินไป
  • เครื่องจักรหมุนช้าเกินไป
  • ต้องเปลี่ยนพู่เล่ย์ใหม่
  • ต้องเปลี่ยนอัตราทดเกียร์ใหม่
  • เกิดปัญหากับกระบวนการผลิต

ดังนั้นก่อนซื้อมอเตอร์ใหม่ ควรเข้าใจเรื่อง Pole ให้ชัดเจนก่อนเสมอ

Pole คืออะไร กลไกที่กำหนดความเร็วของมอเตอร์

Pole คืออะไร

Pole คือจำนวนขั้วแม่เหล็กภายในมอเตอร์ จำนวน Pole จะเป็นตัวกำหนดความเร็วรอบของมอเตอร์โดยตรง หลักการง่าย ๆ คือ

จำนวน Pole น้อย → รอบสูง
จำนวน Pole มาก → รอบต่ำ

มาตรฐานความเร็วรอบมอเตอร์ ระบบไฟไทย 50Hz

ความสัมพันธ์ระหว่าง Pole และความเร็วรอบ

สำหรับประเทศไทยที่ใช้ไฟฟ้า 50Hz ความเร็วรอบของมอเตอร์จะมีค่าประมาณดังนี้

จำนวน Pole ความเร็วรอบจริง
2 Pole 2800–2950 rpm
4 Pole 1400–1480 rpm
6 Pole 930–980 rpm
8 Pole 680–740 rpm

หมายเหตุ:
ความเร็วรอบจริงจะต่ำกว่าความเร็วรอบทฤษฎีเล็กน้อย เนื่องจากค่า Slip ของมอเตอร์

มอเตอร์ 2 Pole เหมาะกับงานความเร็วสูง

มอเตอร์ 2 Pole เหมาะกับงานอะไร

ความเร็วรอบประมาณ 2900 rpm

จุดเด่น

  • ความเร็วสูง
  • ขนาดตัวมอเตอร์เล็ก
  • ราคาในระดับเดียวกับมอเตอร์ Pole สูงใกล้เคียงกัน

เหมาะสำหรับ

  • ปั๊มน้ำแรงดันสูง
  • พัดลมอุตสาหกรรม
  • Blower
  • เครื่องจักรที่ต้องการรอบสูง

ข้อควรระวัง
เนื่องจากรอบสูง จึงให้แรงบิดเริ่มต้นต่ำกว่ามอเตอร์ Pole สูง

มอเตอร์ 4 Pole มาตรฐานโรงงาน

มอเตอร์ 4 Pole เหมาะกับงานอะไร

ความเร็วรอบประมาณ 1450 rpm
เป็นมอเตอร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโรงงานอุตสาหกรรม

จุดเด่น

  • สมดุลระหว่างความเร็วและแรงบิด
  • ใช้งานได้หลากหลาย
  • มีสต็อกสินค้ามากที่สุด

เหมาะสำหรับ

  • Conveyor
  • Pump
  • Mixer
  • Compressor
  • เครื่องจักรทั่วไป

หากไม่แน่ใจว่าจะเลือกกี่ Pole
4 Pole มักเป็นตัวเลือกแรกที่ควรพิจารณา

มอเตอร์ 6 Pole เหมาะกับงานสายพานและงานแรงบิดสูงขึ้น

มอเตอร์ 6 Pole เหมาะกับงานอะไร

ความเร็วรอบประมาณ 960 rpm

จุดเด่น

  • แรงบิดสูงกว่า 4 Pole
  • รอบต่ำลง
  • ลดการใช้อัตราทดของเกียร์ได้

เหมาะสำหรับ

  • Conveyor ขนาดใหญ่
  • เครื่องกวนสารเคมี
  • เครื่องผสม
  • เครื่องจักรที่ต้องการแรงบิดสูง
มอเตอร์ 8 Pole รอบต่ำ แรงบิดสูง

มอเตอร์ 8 Pole เหมาะกับงานอะไร

ความเร็วรอบประมาณ 720 rpm

จุดเด่น

  • แรงบิดสูง
  • ความเร็วต่ำ
  • ลดการใช้อัตราทดเกียร์

เหมาะสำหรับ

  • เครื่องกวนขนาดใหญ่
  • เครื่องผสมความหนืดสูง
  • ระบบลำเลียงความเร็วต่ำ
  • งาน Heavy Duty
Pole ส่งผลต่อแรงบิดอย่างไร
สรุปเปรียบเทียบสเปกมอเตอร์ 2 Pole 4 Pole 6 Pole และ 8 Pole

Pole มีผลต่อแรงบิดอย่างไร

เมื่อกำลังมอเตอร์เท่ากัน ยิ่งความเร็วรอบต่ำ แรงบิดจะยิ่งสูง

ตัวอย่าง มอเตอร์ 7.5 kW

Pole RPM Torque โดยประมาณ
2 Pole 2900 25 Nm
4 Pole 1450 49 Nm
6 Pole 960 75 Nm
8 Pole 720 99 Nm

จะเห็นว่า กำลังเท่ากัน แต่แรงบิดต่างกันเกือบ 4 เท่า

ถ้าเปลี่ยน Pole ผิด จะเกิดอะไรขึ้น

ถ้าเปลี่ยน Pole ผิด จะเกิดอะไรขึ้น

ตัวอย่างที่พบจริงในโรงงาน

เดิมใช้

  • มอเตอร์ 4 Pole
  • 1450 rpm

แต่เปลี่ยนเป็น

  • มอเตอร์ 2 Pole
  • 2900 rpm

ผลที่เกิดขึ้น

  • Conveyor วิ่งเร็วขึ้น 2 เท่า
  • Pump ให้ Flow สูงเกินไป
  • เครื่องจักรทำงานผิดสเปก

ในทางกลับกัน

หากเปลี่ยนจาก 4 Pole เป็น 8 Pole เครื่องจักรอาจหมุนช้าลงจนใช้งานไม่ได้

วิธีดู Pole จากเนมเพลทมอเตอร์

วิธีดู Pole จากเนมเพลทมอเตอร์

วิธีง่ายที่สุด คือดูจากค่า RPM

RPM Pole
2800–2950 2 Pole
1400–1480 4 Pole
930–980 6 Pole
680–740 8 Pole

ตัวอย่าง หากเนมเพลทระบุ 1455 rpm
แสดงว่าเป็น มอเตอร์ 4 Pole

Checklist ข้อมูลที่ต้องระบุก่อนสั่งซื้อมอเตอร์ใหม่

ก่อนซื้อมอเตอร์ใหม่ ต้องแจ้งข้อมูลอะไรบ้าง

เพื่อป้องกันการเลือก Pole ผิด ควรแจ้งข้อมูลดังนี้

  • กำลังมอเตอร์ (kW หรือ HP)
  • ความเร็วรอบเดิม (RPM)
  • แรงดันไฟฟ้า
  • ความถี่ไฟฟ้า (50Hz หรือ 60Hz)
  • รูปแบบการติดตั้ง (B3, B5, B35)
  • ขนาดเพลา
  • ลักษณะการใช้งาน
The Ultimate Motor Pole Cheat Sheet

สรุป

จำนวน Pole เป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความเร็วรอบและแรงบิดของมอเตอร์

หลักการจำง่าย ๆ คือ

  • 2 Pole ≈ 2900 rpm
  • 4 Pole ≈ 1450 rpm
  • 6 Pole ≈ 960 rpm
  • 8 Pole ≈ 720 rpm

ยิ่ง Pole มาก ความเร็วรอบยิ่งต่ำ แต่แรงบิดจะสูงขึ้น

ดังนั้นก่อนสั่งซื้อมอเตอร์ใหม่ ควรตรวจสอบจำนวน Pole หรือค่า RPM ของมอเตอร์เดิมทุกครั้ง เพื่อให้เครื่องจักรทำงานได้ตามสเปกและหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นจากการเปลี่ยนอุปกรณ์อื่นในระบบ

QR Line

สอบถามสเปกและขอใบเสนอราคาได้ทันที

บทความที่เกี่ยวข้อง

มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหัวใจของโรงงาน หากพังโดยไม่รู้ตัวอาจหยุดไลน์การผลิตและขาดทุนมหาศาล มาดู 7 อาการเตือนมอเตอร์ใกล้หมดอายุ พร้อมวิธีรับมือและการเลือกมอเตอร์ใหม่ให้เหมาะสม
คัปปลิ้ง (Coupling) คืออุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อเพลาสองด้านเข้าด้วยกัน เพื่อถ่ายทอดแรงบิดให้เครื่องจักรทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยลดแรงสั่นสะเทือน ลดแรงกระแทก ป้องกันความเสียหายของชุดเกียร์–มอเตอร์ และเพิ่มความเสถียรให้ระบบส่งกำลัง
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์