Line ID : @thewinnerpart
Contact us : 082-3614666
ทำการวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08:30-17:30 น.

  • หน้าแรก

  • บทความ

  • วิธีเลือกเฟืองโซ่และโซ่ส่งกำลัง พร้อมตัวอย่างการคำนวณ

วิธีเลือกเฟืองโซ่และโซ่ส่งกำลัง พร้อมตัวอย่างการคำนวณ

  • หน้าแรก

  • บทความ

  • วิธีเลือกเฟืองโซ่และโซ่ส่งกำลัง พร้อมตัวอย่างการคำนวณ

วิธีเลือกเฟืองโซ่และโซ่ส่งกำลัง พร้อมตัวอย่างการคำนวณ

เฟืองโซ่และโซ่ส่งกำลังสำหรับใช้งานในระบบเครื่องจักรอุตสาหกรรม
ตัวอย่างการใช้งานเฟืองโซ่และโซ่ส่งกำลังในเครื่องจักรอุตสาหกรรม

เฟืองโซ่และโซ่ส่งกำลังคืออะไร

เฟืองโซ่ (Sprocket) และโซ่ส่งกำลัง (Roller Chain) เป็นระบบส่งกำลังทางกลที่นิยมใช้ในงานอุตสาหกรรม เนื่องจากสามารถส่งกำลังได้สูง ไม่เกิดการลื่นไถลเหมือนระบบสายพาน และสามารถรักษาอัตราทดได้อย่างแม่นยำ

ระบบเฟืองโซ่นิยมใช้งานใน

  • ระบบสายพานลำเลียง (Conveyor)
  • เครื่องจักรโรงงานอาหาร
  • เครื่องจักรโรงงานน้ำตาล
  • เครื่องจักรบรรจุภัณฑ์
  • เครื่องจักรการเกษตร
  • เครื่องจักรอุตสาหกรรมทั่วไป
ข้อดีของระบบเฟืองโซ่สำหรับส่งกำลังและรับแรงบิดในเครื่องจักร

ข้อดีของระบบเฟืองโซ่

  1. ส่งกำลังได้โดยไม่ลื่น โซ่ขบกับฟันเฟืองโดยตรง จึงไม่เกิดการลื่นเหมือนระบบสายพาน
  2. รับแรงบิดได้สูง เหมาะสำหรับงานโหลดหนักและโหลดกระแทก
  3. ใช้งานได้ในสภาพแวดล้อมที่สมบุกสมบัน โดยต้องเลือกชนิดโซ่ วัสดุ และวิธีหล่อลื่นให้เหมาะกับฝุ่น น้ำมัน และอุณหภูมิของพื้นที่ใช้งาน
  4. อัตราทดคงที่ ช่วยควบคุมความเร็วรอบปลายทางตามอัตราทดที่ออกแบบไว้
ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนเลือกเฟืองโซ่และโซ่ส่งกำลังให้เหมาะกับงาน
ระยะพิตช์ระหว่างสลักของโซ่ส่งกำลังและตัวอย่างโซ่แต่ละขนาด

เบอร์โซ่แต่ละขนาดต่างกันอย่างไร

โซ่แต่ละเบอร์จะมี Pitch หรือระยะห่างระหว่างศูนย์กลางสลักที่อยู่ติดกันแตกต่างกัน

เบอร์โซ่ Pitch
RS40 12.70 mm
RS50 15.875 mm
RS60 19.05 mm
RS80 25.40 mm
RS100 31.75 mm
RS120 38.10 mm
RS140 44.45 mm
RS160 50.80 mm

โดยทั่วไป เมื่อเปรียบเทียบโซ่ในชนิดและมาตรฐานเดียวกัน เบอร์โซ่ที่ใหญ่ขึ้นจะสามารถรับแรงดึงและแรงบิดได้มากขึ้น ทั้งนี้ต้องตรวจสอบพิกัดจากผู้ผลิตประกอบ

แนวทางพิจารณาเบอร์โซ่ส่งกำลังเบื้องต้นจากขนาดกำลังมอเตอร์

โซ่แต่ละเบอร์เหมาะกับกำลังมอเตอร์ประมาณเท่าไร

ตารางนี้เป็นแนวทางเลือกเบื้องต้นตามตัวอย่างในบทความ สำหรับงานอุตสาหกรรมทั่วไป โดยยังต้องตรวจสอบเงื่อนไขการใช้งานและตารางพิกัดกำลังของผู้ผลิตก่อนเลือกจริง

กำลังมอเตอร์ เบอร์โซ่สำหรับพิจารณาเบื้องต้น
0.75–2.2 kW RS40
2.2–5.5 kW RS50
5.5–11 kW RS60
11–22 kW RS80
22–45 kW RS100
45–75 kW RS120
75–110 kW RS140
มากกว่า 110 kW RS160 ขึ้นไป

หมายเหตุ

ตารางนี้ใช้สำหรับการเลือกเบื้องต้นเท่านั้น เพราะการเลือกจริงยังต้องพิจารณา

  • รอบเฟืองขับ
  • จำนวนฟันเฟืองขับ
  • Service Factor
  • ชั่วโมงการทำงาน
  • โหลดกระแทก
  • วิธีการหล่อลื่น
เปรียบเทียบลักษณะโซ่เดี่ยว โซ่คู่ และโซ่สามแถวสำหรับส่งกำลัง

โซ่เดี่ยว โซ่คู่ และโซ่สามแถว ต่างกันอย่างไร

โซ่เดี่ยว (Simplex)

เหมาะกับงานทั่วไป

ข้อดี

  • ราคาประหยัด
  • หาซื้อง่าย

โซ่คู่ (Duplex)

สามารถรับกำลังได้มากกว่าโซ่เดี่ยวในขนาดและเงื่อนไขที่เทียบเคียงกัน

เหมาะสำหรับ

  • Conveyor
  • เครื่องจักรที่ทำงานต่อเนื่อง

โซ่สามแถว (Triplex)

รองรับงานที่ต้องการส่งกำลังและแรงบิดสูง

เหมาะกับ

  • งาน Heavy Duty
  • เครื่องจักรขนาดใหญ่
ความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนฟันเฟืองโซ่ อัตราทด และความเร็วรอบ

วิธีคำนวณอัตราทดเฟืองโซ่

สูตรคำนวณอัตราทด

อัตราทด = จำนวนฟันเฟืองตาม ÷ จำนวนฟันเฟืองขับ

สูตรหารอบปลายทาง

รอบปลายทาง = รอบต้นทาง ÷ อัตราทด

ตัวอย่างการคำนวณ

ตัวอย่างที่ 1

มอเตอร์ 1,450 rpm | เฟืองขับ 15 ฟัน | เฟืองตาม 45 ฟัน

คำนวณอัตราทด

45 ÷ 15 = 3

คำนวณรอบปลายทาง

1,450 ÷ 3 ≈ 483 rpm

คำตอบ: เพลาตามจะหมุนประมาณ 483 rpm

การคำนวณกำลังออกแบบจากกำลังมอเตอร์ร่วมกับค่า Service Factor
ตัวอย่างการพิจารณาเลือกโซ่ส่งกำลังสำหรับขับเครื่องกวนในโรงงาน

ตัวอย่างการเลือกโซ่จากกำลังมอเตอร์

โจทย์

ต้องการขับเครื่องกวน (Agitator)

ข้อมูล

  • มอเตอร์ 11 kW
  • ทำงานต่อเนื่อง
  • โหลดกระแทกปานกลาง

ขั้นตอนที่ 1 เลือก Service Factor

สมมติ S.F. = 1.3

ขั้นตอนที่ 2 คำนวณ Design Power

Design Power
= Motor Power × S.F.
= 11 × 1.3
= 14.3 kW

ขั้นตอนที่ 3 เลือกเบอร์โซ่

จากตารางเลือกเบื้องต้นในบทความ กำลังประมาณ 14.3 kW จึงเริ่มพิจารณาโซ่ RS80 หากเป็นโหลดหนักหรือทำงาน 24 ชั่วโมง อาจพิจารณา RS80-2 (โซ่คู่) โดยต้องตรวจสอบพิกัดกำลังตามรอบเฟืองขับ จำนวนฟัน และเงื่อนไขการหล่อลื่นจากผู้ผลิตก่อนตัดสินใจ

ผลของจำนวนฟันเฟืองขับต่อการเคลื่อนที่และการสึกหรอของโซ่ส่งกำลัง

จำนวนฟันเฟืองขับควรมีเท่าไร

โดยทั่วไปไม่ควรใช้เฟืองขับที่มีฟันน้อยเกินไป

เพราะจะทำให้

  • โซ่สั่นมาก
  • การสึกหรอสูง
  • อายุการใช้งานสั้น

จำนวนฟันที่นิยมใช้

  • 15 ฟัน
  • 17 ฟัน
  • 19 ฟัน
  • 21 ฟัน
ข้อผิดพลาดในการเลือกและดูแลโซ่ส่งกำลังที่ทำให้ชิ้นส่วนสึกหรอเร็ว

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เลือกโซ่เล็กเกินไป ทำให้โซ่ยืดเร็ว
  • เลือกเฟืองขับฟันน้อยเกินไป ทำให้โซ่สั่นและสึกเร็ว
  • ตั้งความตึงมากเกินไป ทำให้ลูกปืนและโซ่เสียหาย
  • ไม่หล่อลื่นโซ่ ทำให้โซ่ยืดเร็วและเฟืองสึกเป็นฟันฉลาม
รายการข้อมูลเครื่องจักรที่ควรเตรียมก่อนสั่งซื้อเฟืองโซ่และโซ่ส่งกำลัง

ข้อมูลที่ควรแจ้งก่อนสั่งซื้อ

  • ✓ กำลังมอเตอร์
  • ✓ ความเร็วรอบมอเตอร์
  • ✓ ความเร็วรอบปลายทาง
  • ✓ ขนาดเพลา
  • ✓ เบอร์โซ่เดิม
  • ✓ จำนวนฟันเดิม
  • ✓ ลักษณะโหลด
  • ✓ ชั่วโมงการทำงาน
การเลือกโซ่ส่งกำลังให้เหมาะกับกำลังมอเตอร์ ลักษณะโหลด และการใช้งาน

เลือกเฟืองโซ่ให้เหมาะกับงาน เพื่อยืดอายุเครื่องจักร

การเลือกเฟืองโซ่และโซ่ส่งกำลังที่ถูกต้อง ต้องพิจารณาทั้งกำลังมอเตอร์ ความเร็วรอบ ลักษณะโหลด ชั่วโมงการทำงาน และ Service Factor ร่วมกัน

การเลือกเบอร์โซ่ที่เหมาะสมช่วยลดการสึกหรอ ลด Downtime และยืดอายุการใช้งานของทั้งโซ่ เฟือง และเครื่องจักรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากไม่แน่ใจในการเลือก ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ พร้อมแจ้งข้อมูลการใช้งานให้ครบถ้วน เพื่อให้ได้ระบบส่งกำลังที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด

สแกนคิวอาร์โค้ดเพิ่มเพื่อน LINE เพื่อติดต่อสอบถามสินค้า

สอบถามสเปกและขอใบเสนอราคาได้ทันที

LINE ID: @thewinnerpart

บทความที่เกี่ยวข้อง

มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหัวใจของโรงงาน หากพังโดยไม่รู้ตัวอาจหยุดไลน์การผลิตและขาดทุนมหาศาล มาดู 7 อาการเตือนมอเตอร์ใกล้หมดอายุ พร้อมวิธีรับมือและการเลือกมอเตอร์ใหม่ให้เหมาะสม
คัปปลิ้ง (Coupling) คืออุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อเพลาสองด้านเข้าด้วยกัน เพื่อถ่ายทอดแรงบิดให้เครื่องจักรทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยลดแรงสั่นสะเทือน ลดแรงกระแทก ป้องกันความเสียหายของชุดเกียร์–มอเตอร์ และเพิ่มความเสถียรให้ระบบส่งกำลัง
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์