มอเตอร์เขย่า (Vibrator Motor) คืออะไร และใช้ทำหน้าที่อะไร
มอเตอร์เขย่า (Vibrator Motor) หรือ มอเตอร์สั่นสะเทือน เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อสร้างแรงสั่นสะเทือน (Vibration) ให้กับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ในระบบอุตสาหกรรม
หลักการทำงานของมอเตอร์เขย่าคือ การติดตั้ง ลูกถ่วงน้ำหนัก (Eccentric Weight) ไว้ที่ปลายเพลามอเตอร์ เมื่อลูกถ่วงหมุน จะเกิดแรงเหวี่ยงศูนย์กลาง ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนที่สามารถถ่ายทอดไปยังเครื่องจักรหรือโครงสร้างที่ติดตั้งอยู่
แรงสั่นสะเทือนนี้ช่วยให้วัสดุเคลื่อนที่ แยกตัว หรือไหลได้ง่ายขึ้น
มอเตอร์เขย่าจึงถูกใช้ในเครื่องจักรอุตสาหกรรมหลายประเภท เช่น
-
เครื่องร่อน (Vibrating Screen)
-
เครื่องลำเลียงแบบสั่น (Vibrating Conveyor)
-
เครื่องป้อนวัตถุดิบ (Vibrating Feeder)
-
เครื่องอัดคอนกรีต
-
เครื่องเขย่าถังหรือไซโลเพื่อช่วยให้วัสดุไหล
บริษัท เดอะ วินเนอร์ พาร์ท แอนด์ เซอร์วิส เราเป็นผู้จัดจำหน่ายมอเตอร์เขย่าคุณภาพสูงจากอิตาลี อาทิ เช่น OLI ,VENANZETTI, ITALVIBRAS, INVICTA มีสต็อคพร้อมจัดส่งอย่างรวดเร็ว สินค้ารับประกัน1ปี
ประเภทของมอเตอร์เขย่า
มอเตอร์เขย่าสามารถแบ่งตามระบบไฟฟ้าที่ใช้ได้เป็น 2 ประเภทหลัก คือ
มอเตอร์เขย่าไฟ 3 เฟส (Three Phase Vibrator Motor)
มอเตอร์ประเภทนี้ใช้ไฟฟ้า 380–400V ซึ่งเป็นระบบไฟที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม
ข้อดี
- ให้กำลังสูง
- เหมาะกับงานหนัก
- ใช้งานต่อเนื่องได้ดี
- ใช้กับเครื่องจักรอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดใหญ่
การใช้งานที่พบได้บ่อย เช่น
- เครื่องร่อนอุตสาหกรรม
- เครื่องลำเลียงแบบสั่น
- เครื่องจักรในโรงงานเหมืองหรือโรงงานปูน
มอเตอร์เขย่าไฟ 1 เฟส (Single Phase Vibrator Motor)
มอเตอร์ประเภทนี้ใช้ไฟฟ้า 220V
ข้อดี
- ใช้งานง่าย
- เหมาะกับเครื่องจักรขนาดเล็ก
- ใช้กับระบบไฟบ้านได้
การใช้งาน เช่น
- เครื่องจักรขนาดเล็ก
- เครื่องร่อนขนาดเล็ก
- เครื่องเขย่าถังหรือ Hopper
วิธีเลือกใช้มอเตอร์เขย่า
การเลือกมอเตอร์เขย่าที่เหมาะสมกับเครื่องจักรควรพิจารณาปัจจัยสำคัญหลายประการ
เพื่อให้ได้แรงสั่นสะเทือนที่เหมาะสมและทำให้เครื่องจักรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณา ได้แก่
1. แรงสั่นสะเทือน (Centrifugal Force)แรงสั่นสะเทือนเป็นค่าที่บอกกำลังของมอเตอร์เขย่า โดยมักระบุเป็นหน่วย
การเลือกแรงสั่นสะเทือนต้องสัมพันธ์กับ
- น้ำหนักของเครื่องจักร
- น้ำหนักของวัสดุที่ต้องการเขย่า
2. กำลังมอเตอร์ (Motor Power)กำลังมอเตอร์มักระบุเป็น
เครื่องจักรขนาดใหญ่หรือวัสดุที่มีน้ำหนักมากจะต้องใช้มอเตอร์ที่มีกำลังสูงขึ้น
3. ความเร็วรอบของมอเตอร์ (RPM)ความเร็วรอบมีผลต่อความถี่ของการสั่นสะเทือน
ความเร็วที่พบได้บ่อย เช่น
- 3000 rpm
- 1500 rpm
- 1000 rpm
เครื่องจักรบางประเภทต้องการความถี่สั่นสะเทือนที่แตกต่างกัน จึงต้องเลือกความเร็วรอบให้เหมาะสม
4. ระบบไฟฟ้าควรเลือกให้เหมาะกับระบบไฟของเครื่องจักร
- ไฟ 3 เฟส → งานอุตสาหกรรม
- ไฟ 1 เฟส → เครื่องจักรขนาดเล็ก
5. สภาพแวดล้อมในการใช้งานควรพิจารณาค่า
- IP Rating
- Temperature
- ฝุ่นหรือความชื้นในพื้นที่ติดตั้ง
เพื่อให้มอเตอร์สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัย
Centrifugal Force และ Working Moment คืออะไร
ในการเลือก
มอเตอร์เขย่า (Vibrator Motor) มักจะพบค่าที่สำคัญ 2 ค่า คือ
- Centrifugal Force
- Working Moment
ค่าทั้งสองนี้ใช้บอกกำลังของแรงสั่นสะเทือนที่มอเตอร์สร้างขึ้นซึ่งมีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของเครื่องจักรที่ใช้มอเตอร์เขย่า
Centrifugal Force คืออะไร
Centrifugal Force คือแรงเหวี่ยงที่เกิดจากการหมุนของลูกถ่วงน้ำหนัก (Eccentric Weight) ที่ติดตั้งอยู่บนเพลาของมอเตอร์เขย่าเมื่อลูกถ่วงหมุน จะเกิดแรงเหวี่ยงออกจากศูนย์กลาง ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนที่ส่งต่อไปยังเครื่องจักรหรือโครงสร้างที่ติดตั้งมอเตอร์หน่วยที่ใช้มักเป็น
- kgf (kilogram-force)
- N (Newton)
- kN (kilonewton)
ค่าของ Centrifugal Force ยิ่งมาก
→ แรงสั่นสะเทือนยิ่งสูง
ดังนั้นเครื่องจักรที่มีน้ำหนักมากหรือวัสดุที่ต้องการแรงสั่นสะเทือนสูง จะต้องใช้มอเตอร์ที่มีค่า
Centrifugal Force สูง
Working Moment คืออะไร
Working Moment คือค่าที่บอก
โมเมนต์ของลูกถ่วงน้ำหนักที่ใช้สร้างแรงสั่นสะเทือนค่าดังกล่าวคำนวณจาก
- น้ำหนักของลูกถ่วง
- ระยะห่างจากศูนย์กลางเพลา
โดยทั่วไปจะมีหน่วยเป็น
kg·cmWorking Moment เป็นค่าที่แสดง ขนาดของระบบสั่นสะเทือนของมอเตอร์
ยิ่งค่า Working Moment สูง
→ มอเตอร์สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนได้มากขึ้น
ความสัมพันธ์ระหว่าง Centrifugal Force และ Working Moment
ค่าทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน โดย
- Working Moment เป็นค่าที่บอกขนาดของระบบลูกถ่วง
- Centrifugal Force เป็นค่าที่บอกแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นจริงขณะมอเตอร์หมุน
เมื่อความเร็วรอบของมอเตอร์เพิ่มขึ้น แรง
Centrifugal Force ก็จะเพิ่มขึ้นตาม
ดังนั้นในการเลือกมอเตอร์เขย่า ค่าที่มักใช้เป็นหลักคือ
Centrifugal Force เพราะเป็นค่าที่แสดงแรงสั่นสะเทือนจริงที่เครื่องจักรจะได้รับ
สรุป
- Centrifugal Force คือแรงเหวี่ยงที่เกิดจากการหมุนของลูกถ่วงน้ำหนัก ซึ่งเป็นตัวสร้างแรงสั่นสะเทือนของมอเตอร์เขย่า
- Working Moment คือโมเมนต์ของลูกถ่วงน้ำหนักที่ใช้สร้างแรงสั่นสะเทือน
ทั้งสองค่าเป็นข้อมูลสำคัญในการเลือกมอเตอร์เขย่าให้เหมาะกับเครื่องจักรและการใช้งานในอุตสาหกรรม
คู่มือเลือก Vibrator Motor สำหรับ Hopper, Feeder และ Vibrating Screen
ในงานอุตสาหกรรม มอเตอร์เขย่า (Vibrator Motor) ถูกใช้เพื่อช่วยให้วัสดุ เคลื่อนที่ แยกตัว หรือไหลได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในเครื่องจักร เช่น Hopper, Vibrating Feeder และ Vibrating Screen
อย่างไรก็ตาม เครื่องจักรแต่ละประเภทต้องการ แรงสั่นสะเทือนและลักษณะการสั่นที่แตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกมอเตอร์เขย่าที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญมาก
1. การเลือก Vibrator Motor สำหรับ Hopper
Hopper มักใช้มอเตอร์เขย่าเพื่อ ป้องกันการติดค้างของวัสดุ (Material Bridging) และช่วยให้วัสดุไหลออกได้สม่ำเสมอ
ปัจจัยที่ควรพิจารณา
- น้ำหนักของ Hopper
- ประเภทของวัสดุ
- ความชื้นของวัสดุ
- ขนาดของ Hopper
ตัวอย่างการเลือก
ขนาด Hopper Centrifugal Force ที่แนะนำขนาดเล็ก 50 – 200 kgf
ขนาดกลาง 200 – 800 kgf
ขนาดใหญ่ 800 – 2000 kgf
2. การเลือก Vibrator Motor สำหรับ Vibrating FeederVibrating Feeder ใช้แรงสั่นสะเทือนเพื่อ ควบคุมอัตราการป้อนวัสดุเข้าสู่เครื่องจักร
ปัจจัยที่ต้องพิจารณา
- อัตราการป้อนวัสดุ (Feed Rate)
- น้ำหนักของ Feeder
- ความเร็วรอบของมอเตอร์
- ความถี่ของการสั่นสะเทือน
โดยทั่วไป Feeder มักใช้ มอเตอร์เขย่า 2 ตัว เพื่อสร้างแรงสั่นสะเทือนที่สมดุล
3. การเลือก Vibrator Motor สำหรับ Vibrating ScreenVibrating Screen ใช้แรงสั่นสะเทือนเพื่อ แยกขนาดของวัสดุ
เครื่องร่อนมักต้องการแรงสั่นสะเทือนสูงและการทำงานต่อเนื่อง
ปัจจัยที่ต้องพิจารณา
- น้ำหนักของเครื่องร่อน
- พื้นที่ของตะแกรง
- ประเภทของวัสดุ
- ความถี่ของการสั่น
โดยทั่วไป Vibrating Screen จะใช้
- มอเตอร์เขย่า 2 ตัว
- ติดตั้งแบบสมดุลสองด้านของเครื่อง
เปรียบเทียบการเลือก Vibrator Motor
เครื่องจักรจำนวนมอเตอร์แรงสั่นสะเทือน
| Hopper |
1 ตัว |
ต่ำ-ปานกลาง |
| Feeder |
1-2 ตัว |
ปานกลาง |
| Vibrating Screen |
2 ตัว |
สูง |
คำแนะนำในการเลือก Vibrator Motor
ก่อนเลือกมอเตอร์เขย่า ควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้
- Centrifugal Force
- Working Moment
- ความเร็วรอบของมอเตอร์
- กำลังมอเตอร์ (kW)
- ขนาดติดตั้ง
- ระบบไฟฟ้า
การเลือกมอเตอร์ที่เหมาะสมจะช่วยให้เครื่องจักรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดปัญหาการสั่นสะเทือนที่ไม่สมดุล
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมอเตอร์เขย่า (Vibrator Motor FAQ)
Q : มอเตอร์เบรคคืออะไร
A :มอเตอร์เขย่า (Vibrator Motor) คือมอเตอร์ไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อสร้างแรงสั่นสะเทือน โดยใช้ลูกถ่วงน้ำหนักที่ติดตั้งอยู่บนเพลามอเตอร์ เมื่อลูกถ่วงหมุนจะเกิดแรงเหวี่ยง ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนที่สามารถนำไปใช้กับเครื่อง
จักรต่าง ๆ ได้
Q : มอเตอร์เขย่าใช้กับเครื่องจักรประเภทใด
A :มอเตอร์เขย่ามักใช้กับเครื่องจักรที่ต้องการการสั่นสะเทือน เช่น
- เครื่องร่อน (Vibrating Screen)
- เครื่องป้อนวัตถุดิบ (Vibrating Feeder)
- เครื่องลำเลียงแบบสั่น (Vibrating Conveyor)
- เครื่องเขย่าถังหรือ Hopper
- เครื่องอัดคอนกรีต
Q : มอเตอร์เขย่ามีกี่ประเภท
A :มอเตอร์เขย่าสามารถแบ่งตามระบบไฟฟ้าได้เป็น
- มอเตอร์เขย่าไฟ 3 เฟส สำหรับงานอุตสาหกรรม
- มอเตอร์เขย่าไฟ 1 เฟส สำหรับเครื่องจักรขนาดเล็ก
Q : Centrifugal Force ของมอเตอร์เขย่าคืออะไร
A :Centrifugal Force คือแรงเหวี่ยงที่เกิดจากการหมุนของลูกถ่วงน้ำหนัก ซึ่งเป็นแรงที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือน
ของมอเตอร์ โดยมักระบุเป็นหน่วย kgf หรือ kN
Q : Working Moment คืออะไร
A :Working Moment คือค่าที่บอกโมเมนต์ของลูกถ่วงน้ำหนักที่ใช้สร้างแรงสั่นสะเทือน ซึ่งมักมีหน่วยเป็น kg·cm และใช้ในการเปรียบเทียบกำลังของมอเตอร์เขย่า
Q : สามารถปรับแรงสั่นสะเทือนของมอเตอร์เขย่าได้หรือไม่
A :มอเตอร์เขย่าส่วนใหญ่สามารถปรับแรงสั่นสะเทือนได้ โดยการปรับตำแหน่งของลูกถ่วงน้ำหนักที่ปลายเพลาเพื่อเพิ่มหรือลดแรงเหวี่ยง
Q : ควรเลือกแรงสั่นสะเทือนของมอเตอร์เขย่าอย่างไร
A :การเลือกแรงสั่นสะเทือนควรพิจารณาจาก
- น้ำหนักของเครื่องจักร
- น้ำหนักของวัสดุที่ต้องการเขย่า
- ความถี่ของการสั่นสะเทือนที่ต้องการ
Q : ความเร็วรอบของมอเตอร์เขย่ามีผลอย่างไร
A :ความเร็วรอบของมอเตอร์มีผลต่อความถี่ของการสั่นสะเทือน โดยความเร็วที่พบได้บ่อยคือ
- 3000 rpm
- 1500 rpm
- 1000 rpm
Q : มอเตอร์เขย่าติดตั้งอย่างไร
A :มอเตอร์เขย่าสามารถติดตั้งกับโครงเครื่องจักรโดยใช้ฐานยึดน็อต โดยตำแหน่งติดตั้งต้องแข็งแรงเพื่อให้สามารถถ่ายทอดแรงสั่นสะเทือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Q : มอเตอร์เขย่าต้องบำรุงรักษาหรือไม่
A :ควรตรวจสอบมอเตอร์เขย่าเป็นระยะ เช่น
- ตรวจสภาพแบริ่ง
- ตรวจน็อตยึดมอเตอร์
- ตรวจการสึกหรอของลูกถ่วง
การบำรุงรักษาที่เหมาะสมจะช่วยยืดอายุการใช้งานของมอเตอร์
คำถามเชิงเทคนิคเกี่ยวกับมอเตอร์เขย่า
Q : จะคำนวณแรงสั่นสะเทือนของมอเตอร์เขย่าได้อย่างไร
A :แรงสั่นสะเทือนของมอเตอร์เขย่า (Centrifugal Force) เกิดจากการหมุนของลูกถ่วงน้ำหนัก และขึ้นอยู่กับน้ำหนักของลูกถ่วง ระยะห่างจากศูนย์กลางเพลา และความเร็วรอบของมอเตอร์ โดยยิ่งความเร็วรอบสูงแรงสั่นสะเทือนก็จะยิ่งมากขึ้น
Q : ทำไมเครื่องร่อนจึงใช้มอเตอร์เขย่า 2 ตัว
A :เครื่องร่อน (Vibrating Screen) มักใช้มอเตอร์เขย่า 2 ตัวติดตั้งตรงข้ามกัน เพื่อสร้างแรงสั่นสะเทือนที่สมดุลทำให้เครื่องจักรสั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดการสั่นสะเทือนที่ไม่ต้องการ
Q : สามารถใช้มอเตอร์เขย่ากับ Inverter ได้หรือไม่
A :มอเตอร์เขย่าสามารถใช้ร่วมกับ Inverter (VFD) ได้ เพื่อปรับความเร็วรอบของมอเตอร์ ซึ่งจะช่วยควบคุมความถี่ของการสั่นสะเทือนได้
Q : ทำไมต้องปรับลูกถ่วงน้ำหนักของมอเตอร์เขย่า
A :การปรับตำแหน่งของลูกถ่วงน้ำหนักช่วยให้สามารถปรับ แรงสั่นสะเทือน ของมอเตอร์ได้ โดยหากปรับลูกถ่วงให้เปิดมากขึ้น แรงสั่นสะเทือนก็จะเพิ่มขึ้น
Q : มอเตอร์เขย่าสามารถติดตั้งได้กี่ตำแหน่ง
A :มอเตอร์เขย่าสามารถติดตั้งได้หลายตำแหน่ง เช่น
- ด้านข้างของเครื่องจักร
- ด้านบนของ Hopper
- ใต้เครื่องจักร
ตำแหน่งติดตั้งจะมีผลต่อทิศทางของแรงสั่นสะเทือน
Q : ทำไมมอเตอร์เขย่าจึงต้องมีโครงสร้างที่แข็งแรง
A :มอเตอร์เขย่าต้องรับแรงสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง จึงต้องมีโครงสร้างที่แข็งแรงและใช้แบริ่งที่ออกแบบมาสำหรับงานสั่นสะเทือนโดยเฉพาะ
Q : มอเตอร์เขย่าต้องใช้แบริ่งแบบพิเศษหรือไม่
A :มอเตอร์เขย่าส่วนใหญ่จะใช้ Heavy Duty Bearing เพื่อรองรับแรงสั่นสะเทือนและแรงเหวี่ยงที่เกิดจากลูกถ่วงน้ำหนัก
Q : มอเตอร์เขย่าควรเลือกความเร็วรอบเท่าไร
A :ความเร็วรอบที่ใช้ทั่วไป ได้แก่
- 3000 rpm สำหรับงานที่ต้องการความถี่สั่นสูง
- 1500 rpm สำหรับงานทั่วไป
- 1000 rpm สำหรับงานที่ต้องการแรงสั่นสะเทือนมากแต่ความถี่ต่ำ
Q : การติดตั้งมอเตอร์เขย่าต้องระวังอะไรบ้าง
A : ควรตรวจสอบ
- ความแข็งแรงของโครงสร้าง
- การขันน็อตยึดมอเตอร์
- การจัดตำแหน่งของมอเตอร์
- ความสมดุลของเครื่องจักร
เพื่อป้องกันความเสียหายจากแรงสั่นสะเทือน
Q : อายุการใช้งานของมอเตอร์เขย่าขึ้นอยู่กับอะไร
A : อายุการใช้งานของมอเตอร์เขย่าขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- คุณภาพของแบริ่ง
- การติดตั้งที่ถูกต้อง
- การบำรุงรักษา
- สภาพแวดล้อมในการใช้งาน