เป็นตัวแทนจำหน่ายเกียร์หลากหลายประเภท มอเตอร์เกียร์ และเกียร์ทดรอบคุณภาพสูง พร้อมบริการแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญ เราคัดสรรเกียร์คุณภาพสูงจากยุโรปและจีน แบรนด์ชั้นนำระดับโลกเพื่อรองรับทุกงานอุตสาหกรรม ทั้งระบบลำเลียง เครื่องจักรผลิต โรงงานน้ำตาล โรงปูน และอื่นๆ ลูกค้าสามารถเลือกรุ่นและเกรดสินค้าให้เหมาะสมกับลักษณะงานรวมถึงงบประมาณที่มีอย่างยืดหยุ่นพร้อมบริการให้คำปรึกษาโดยทีมวิศวกร เรามีสินค้าให้เลือกหลากหลาย พร้อมจัดส่งรวดเร็วและรับประกันสินค้าคุณภาพเต็ม 1 ปี พร้อมบริการหลังการขายครบวงจร


































































“ยินดีให้คำปรึกษาฟรี สินค้าดีมีคุณภาพ จัดส่งรวดเร็วตรงเวลา”
ลูกค้าโรงงานรับส่วนลดสูงสุด 50%
นาทีเกียร์ (Gear) คือหนึ่งในอุปกรณ์ส่งกำลังที่สำคัญในเครื่องจักรอุตสาหกรรม โดยทำหน้าที่ในการส่งกำลังแรงบิด (Torque) และควบคุมความเร็วรอบ (RPM) จากต้นกำลัง เช่น จากมอเตอร์ ไปยังเครื่องจักรหรือส่วนต่างๆ ของระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพพู่เล่ย์ตาม (Driven Pulley)
1. เปลี่ยนความเร็วรอบ
เกียร์มีบทบาทสำคัญในการปรับความเร็วรอบของมอเตอร์ให้เหมาะสมกับการทำงานของเครื่องจักร โดยเฉพาะเมื่อต้องลดรอบจากมอเตอร์ความเร็วสูง เช่น จาก 1500 RPM เหลือ 100 RPM ซึ่งการลดรอบนี้ต้องอาศัย อัตราทดของเกียร์ (Gear Ratio) ในการแปลง เช่น อัตราทด 15:1 หมายถึง มอเตอร์หมุน 15 รอบ เพลาเกียร์จะหมุน 1 รอบ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความเร็ว ยังเพิ่มแรงบิดให้เหมาะกับโหลดปลายทางอีกด้วย
2.เพิ่มแรงบิด (Torque)
ในงานอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงบิดสูง เช่น เครื่องรีดเหล็ก สกรูลำเลียง หรือสายพานลำเลียง เกียร์มีบทบาทสำคัญในการ เพิ่มแรงบิดจากมอเตอร์ โดยไม่จำเป็นต้องใช้มอเตอร์ขนาดใหญ่หรือสิ้นเปลืองพลังงานมากเกินไป การลดความเร็วรอบของมอเตอร์ผ่านเกียร์ (เช่น ใช้อัตราทด 15:1 หรือ 20:1) จะทำให้เพลาเกียร์หมุนช้าลง แต่แรงบิดที่ออกมาจะ เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของอัตราทด ซึ่งช่วยให้เครื่องจักรทำงานหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังคงใช้มอเตอร์ขนาดกะทัดรัดและประหยัดพลังงาน“อัตราทดสูง แรงบิดยิ่งมาก-รอบช้า แรงบิดยิ่งเยอะ”
3.เปลี่ยนทิศทางการหมุนให้เหมาะกับการใช้งาน
เกียร์บางประเภท เช่น Bevel Gear และ Worm Gear ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ลดรอบหรือเพิ่มแรงบิดเท่านั้น แต่ยังสามารถ เปลี่ยนทิศทางการหมุนของต้นกำลัง จากแนวตรงเป็นแนวฉาก 90 องศาได้อย่างแม่นยำ
การเลือกเกียร์ให้เหมาะกับการใช้งานในระบบอุตสาหกรรมไม่ใช่แค่ดูจากขนาดหรือกำลังของมอเตอร์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน เพื่อให้ระบบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน โดยหลักการเลือกเกียร์สามารถสรุปได้ดังนี้:
✅ 1. กำหนดข้อมูลจากหน้างานก่อน
✅ 2. คำนวณอัตราทดที่เหมาะสม (Gear Ratio)
ใช้สูตรง่ายๆ: อัตราทด = ความเร็วรอบของมอเตอร์ ÷ ความเร็วรอบที่ต้องการ ตัวอย่าง: มอเตอร์ 1500 RPM ต้องการ Output ที่ 100 RPM → อัตราทด = 1500 ÷ 100 = 15:1
✅ 3. คำนวณแรงบิดที่ปลายเกียร์ (Output Torque)
หากทราบกำลังของมอเตอร์และความเร็วรอบ สามารถใช้สูตร:
Torque (Nm) = 9550 × กำลังมอเตอร์ (kW) ÷ ความเร็วรอบ (RPM)
แล้วนำไปเทียบกับแรงบิดที่เกียร์รองรับได้ โดยดูจาก Service Factor ที่เหมาะสมตามลักษณะการทำงาน
✅ 4. พิจารณาชนิดของเกียร์ที่เหมาะกับงาน
เกียร์ฟันเฉียงที่มีประสิทธิภาพสูง เป็นที่นิยมใช้ในทุกอุตสาหกรรม
เกียร์ที่มีเฟืองขับเป็นเกลียวตัวหนอน ทำงานร่วมกับเฟืองทองเหลือง
เกียร์ที่สามารถเปลี่ยนทิศทางการหมุนในแนวหักฉาก90°
เกียร์ที่ออกแบบให้มีโครงสร้างเหมือนดาวพระเคราะห์ ลักษณะเป็นเฟืองฟันตรง (spur gear)
เกียร์ฟันเฉียงที่วางเพลา Input และ Output แบบขนานกัน
✅ หากลูกค้ามีข้อมูลพื้นฐานตามข้อ 1
สามารถส่งรายละเอียดให้ทางเรา เพื่อประเมินและเลือกขนาดเกียร์ที่เหมาะสมกับงานได้ทันที
🔧 เรามีทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ
พร้อมให้คำปรึกษาในการเลือกเกียร์ให้ตรงกับลักษณะการใช้งาน งบประมาณ และข้อจำกัดของระบบ เพื่อให้คุณได้โซลูชันที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด
📞 ติดต่อเราได้เลย
เรายินดีให้คำแนะนำอย่างมืออาชีพ พร้อมจัดหาเกียร์คุณภาพมาตรฐานอุตสาหกรรม ให้คุณใช้งานได้มั่นใจ